NNK ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าหลักของเราคือ มอเตอร์เกียร์ มอเตอร์ไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์

มอเตอร์เกียร์ คืออะไร?? วันนี้มีคำตอบ

เอ็นเอ็นเค (ประเทศไทย) จำกัด

มอเตอร์เกียร์

มอเตอร์เกียร์ คือ อุปกรณ์ระบบส่งกำลังที่ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและชุดเกียร์เข้าไว้ด้วยกัน ทำหน้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าจากมอเตอร์ไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกลที่ส่งออกผ่านเพลาหมุน โดยมอเตอร์เกียร์จะมีรอบหมุนที่ช้าลงกว่ามอเตอร์ไฟฟ้า แต่จะมีแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้น

ประเภทของมอเตอร์เกียร์

มอเตอร์เกียร์มีหลายประเภท แต่ละประเภทจะมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ประเภทที่นิยมใช้งานทั่วไป ได้แก่

  • มอเตอร์เกียร์แบบเฟืองตรง หรือ Helical Gear Motor : เป็นมอเตอร์เกียร์ที่มีโครงสร้างเรียบง่าย ประสิทธิภาพสูง เสียงรบกวนต่ำ เหมาะกับงานหลากหลาย เช่น สายพานลำเลียง เครื่องจักรกลในโรงงาน
  • มอเตอร์เกียร์แบบตัวหนอน Worm Gear Motor : เป็นมอเตอร์เกียร์ที่มีแรงบิดสูง ทนทาน เหมาะกับงานที่ต้องการแรงบิดสูง แต่มีข้อเสียคือ เสียงรบกวนค่อนข้างสูง
  • เซอร์โวเกียร์มอเตอร์  Planetary Gear with Servo Motor : เป็นมอเตอร์เกียร์ที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ประสิทธิภาพสูง เสียงรบกวนต่ำ เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น แขนกลหุ่นยนต์ งานบรรจุ
  • มอเตอร์เกียร์ไซโครไดร์ฟ Cyclodrive Gear Motor : เป็นมอเตอร์เกียร์ที่มีอัตราทดกำลังที่สูงและ มีประสิทธิภาพในการส่งกำลังสูง เหมาะสำหรับงานที่ต้องการแรงบิดสูง และความเร็วรอบต่ำ เช่น งานบด งานโม่ งานขนส่ง ละงานอุตสาหกรรมหนักอื่น ๆ
  • มอเตอร์เกียร์แบบเพลาออกข้าง Bevel Gear Motor : เป็นมอเตอร์เกียร์ที่มีแรงบิดสูงกว่ามอเตอร์เกียร์แบบตัวหนอน ทนทาน และมีเสียงรบกวนต่ำกว่า

มอเตอร์เกียร์มีหลายขนาด กำลัง และอัตราทดให้เลือกใช้งาน มอเตอร์เกียร์ที่เหมาะกับงานแต่ละงาน จะขึ้นอยู่กับประเภท และความต้องการในการใช้งาน 

ตัวอย่างการใช้งานมอเตอร์เกียร์

  • สายพานลำเลียง
  • เครื่องจักรกลในโรงงาน
  • แขนกล
  • หุ่นยนต์
  • ประตูอัตโนมัติ
  • ลิฟต์
  • บันไดเลื่อน
  • เครื่องซักผ้า
  • เครื่องปรับอากาศ

ข้อดีของการใช้มอเตอร์เกียร์

  • แปลงพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ควบคุมความเร็วและแรงบิดของเพลาหมุนได้
  • เพิ่มแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้า
  • ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานได้ราบรื่น
  • ลดเสียงรบกวนจากมอเตอร์ไฟฟ้า

การเลือกมอเตอร์เกียร์

ในการเลือกมอเตอร์เกียร์ให้เหมาะสมกับประเภท และการใช้งาน จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่าง เพื่อให้การใช้งานมอเตอร์เกียร์สามารถใช้งานได้อย่างคงทน และสามารถดึงประสิทธิภาพในการใช้งานมอเตอร์เกียร์ให้ได้มากที่สุด โดยต้องพิจารณาปัจจัยดังต่อไปนี้

  1. กำลังของมอเตอร์เกียร์ (Power) : เลือกมอเตอร์เกียร์ที่มีกำลังไฟฟ้าเพียงพอต่อการใช้งาน โดยคำนวณจากแรงม้า (HP) หรือวัตต์ (W) ของมอเตอร์ โดยต้องคำนวณจากประเภทของการใช้งาน เช่น ถ้าใช้มอเตอร์เกียร์ประกอบเครื่องลำเลียงสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ควรใช้งานมอเตอร์เกียร์ที่มี แรงม้า(HP) สูง 
  2. แรงบิด (Torque) : การเลือกแรงบิดให้เหมาะสมต่อการใช้งาน จะคำนวณจากแรงบิด (Nm) ของมอเตอร์ อัตราทดเกียร์สูงก็ยิ่งทำให้แรงบิดเพิ่มมากขึ้น
  3. รอบความเร็ว (Speed) : หรือการเลือกอัตราทดของเกียร์ให้มีรอบความเร็วที่เหมาะสมกับการใช้งาน โดยต้องคำนวณจากรอบต่อนาที (RPM) ของมอเตอร์ ซึ่ง มอเตอร์ โดยทั่วไปจะมีรอบความเร็วอยู่ที่ 1400 รอบต่อนาที หรือ 1400RPM (4 Poles) ถ้าหากต้องการให้รอบความเร็วช้าลง จะต้องเลือกจากอัตราทดของเกียร์ จะเป็นการลดรอบความเร็วของมอเตอร์ลง โดยอัตราทดยิ่งสูง รอบความเร็วของมอเตอร์ก็จะยิ่งลดลง
  4. ขนาด (Size) : เลือกขนาดของมอเตอร์เกียร์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ในการติดตั้ง
  5. สภาพแวดล้อม (Environment) : เลือกมอเตอร์เกียร์ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ติดตั้ง เช่น ความชื้น ฝุ่นละออง หรืออุณหภูมิ หากเลือกที่ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ติดตั้งอาจทำให้ใช้งานได้ไม่ทน
  6. ประเภทของมอเตอร์เกียร์ (Type of Gear Motor) : เลือกประเภทของมอเตอร์เกียร์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งมี 4 ประเภทตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น รวมถึงแต่ละประเภทก็อาจจะมีวิธีการติดตั้งที่แตกต่างกันด้วย

การติดตั้งมอเตอร์เกียร์

ในการติดตั้งมอเตอร์เกียร์เข้ากับเครื่องจักร ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญ และควรอ่านคู่มือการใช้งานอย่างละเอียดของติดตั้ง โดยเบื้องต้นการติดตั้งจะต้องดำเนินการดังนี้

  1. ตรวจสอบสภาพของมอเตอร์เกียร์ : ก่อนที่จะติดตั้งมอเตอร์เกียร์เข้ากับเครื่องจักร หรือเครื่องลำเลียง ควรตรวจสอบก่อนว่า มอเตอร์เกียร์อยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีรอยแตก รอยบุบ หรือมีชิ้นส่วนที่เสียหาย 
  2. เลือกพื้นที่ติดตั้ง : เลือกพื้นที่ติดตั้งที่เรียบ มั่นคง ปราศจากฝุ่นละออง ความชื้น และอุณหภูมิสูง 
  3. ติดตั้งมอเตอร์เกียร์ : ยึดมอเตอร์เกียร์ให้แน่นหนา โดยใช้แท่นยึด หรือโครงสร้างที่เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักของมอเตอร์เกียร์
  4. ต่อสายไฟ : ต่อสายไฟมอเตอร์เกียร์ตามคู่มือการใช้งาน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าขั้วต่อสายไฟที่แน่นหนา 
  5. ทดสอบการทำงาน : ทดสอบการทำงานของมอเตอร์เกียร์ ตรวจสอบว่ามอเตอร์เกียร์ทำงานได้อย่างถูกต้อง ไม่มีเสียงดังผิดปกติ หรือความร้อนสูงเกินไป

การดูแลรักษามอเตอร์เกียร์

  1. ตรวจสอบสภาพของมอเตอร์เกียร์เป็นประจำ ตรวจสอบว่ามอเตอร์เกียร์อยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยรั่วไหล เสียงดังผิดปกติ หรือความร้อนสูงเกินไป
  2. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น : กรณีเป็นเกียร์ที่หล่อลื่นด้วยน้ำมัน ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นตามระยะเวลาที่กำหนด โดยใช้น้ำมันหล่อลื่นที่มีคุณภาพเหมาะสมกับมอเตอร์เกียร์
  3. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ตรวจสอบระบบไฟฟ้าว่าอยู่ในสภาพดี ไม่มีสายไฟชำรุด หรือขั้วต่อสายไฟหลวม
  4. ตรวจสอบระบบเบรค (หากมี) ตรวจสอบระบบเบรคว่าอยู่ในสภาพดี ทำงานได้อย่างถูกต้อง

ข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้งานมอเตอร์เกียร์เกินกำลัง
  • ห้ามใช้งานมอเตอร์เกียร์ในสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้นมาก หรือมีฝุ่นละอองมาก (หากไม่ใช่มอเตอร์เกียร์ที่มีระดับความป้องกันที่เหมาะสม)
  • ห้ามสัมผัสมอเตอร์เกียร์ขณะที่มอเตอร์เกียร์กำลังทำงาน เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้
  • ห้ามถอดแยกชิ้นส่วนของมอเตอร์เกียร์ ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  • ถ้าหากมอเตอร์เกียร์เกิดการชำรุด ระเบิด หรือมีปัญหา ควรให้ช่าง หรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ และซ่อมแซมมอเตอร์เกียร์

หมายเหตุ 

ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้น ผู้ใช้งานควรศึกษาคู่มือการใช้งานของมอเตอร์เกียร์แต่ละรุ่น เพื่อดูรายละเอียดการติดตั้ง การดูแลรักษา และข้อระวังเพิ่มเติม 

สามารถสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าของเราได้ที่ Line Official Account : @nnkthailand (มี@)

Tags :

Share :

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.